หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2010, 04:12:34 pm 
เริ่มโดย Dr.Mammoth - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Mammoth
บริการเว็บสร้าง Graphic online ฟรี
สามารถเขียนพิมพ์ แต่งภาพ วาดรูปกราฟฟิคต่างๆผ่านระบบ Graphic online แล้วเซฟเก็บเป็นของเรา 



คลิกสร้าง Graphic online ฟรี

 2 
 เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2010, 04:32:57 pm 
เริ่มโดย Dr.Mammoth - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Mammoth
หลังจากที่ปิดโพสท์ไปนานเหตุ ไม่มีเวลามาดูแล นานๆเข้ามาทีนึงพบแต่ spam เป็นสิบๆกระทู้เลยต้องปิดการโพสท์ลงไป แต่วันนี้เปิดโพสท์ปกติแล้วแต่สมัครสมาชิกใหม่ต้องยืนยันอีเมล์จริง

 3 
 เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2010, 03:31:53 pm 
เริ่มโดย Dr.Mammoth - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Mammoth


ถ้าเคยชมการ์ตูนเรื่องพระพุทธเจ้า ที่คนไทยสร้าง ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ นั้น เสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ที่ชั้นดุสิต ก่อนจุติลงมาบนโลกมนุษย์




พระนางสิริมหามายาทรงสุบินนิมิตว่า มีช้างเผือกตัวหนึ่งได้นำเอาดอกบัว มาจากภูเขาเงินภูเขาทองมาถวายแก่พระนาง




เจ้าชายสิทธัตถะทรงประสูติ ณ ป่าลุมพินีวัน




อสิตะดาบสทำนายพระลักษณะ ว่าพระกุมารจะได้บรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ยิ่งใหญ่แน่นอน  และร่ำไห้ เพราะว่าเสียดายที่ตนจะอยู่ไม่ถึงวันนั้น




พราหมณ์ทั้งแปด ทำนายพระกุมาร มีเพียงพราหมณ์โกณฑัญญะเท่านั้นที่ทำนายว่าจะต้องทรงออกผนวชและเป็นมหาศาสดาเอกของโลกอย่างแน่นอน




เมื่อ พระโอรสมีพระชนมายุ 8 พระชันษา ได้เสด็จตามพระบิดาไปในพิธีแรกนา ขวัญ ในพิธีเกิดพบทรัพย์สมบัติในดิน

พระพี่เลี้ยงแอบไปดูกันหมด เหลือแต่พระโอรส ซึ่งไม่สนใจความวุ่นวายนั้นเลย และได้นั่งสมาธิ และบรรลุฌาณเบื้องต้น เงาไม้ไม่ขยับออกจากพระองค์ เป็นที่อัศจรรย์ของพระ บิดาและข้าราชบริพาร




เลือกคู่อภิเษก  ทรงเลือกเจ้าหญิงยโสธราพิมพา




ประลองศิลปะวิทยา แข่งขันยิงธนู  ตามธรรมเนียมของโกลิยวงศ์ คู่อภิเษกของเจ้าหญิงจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถเท่านั้น




อภิเษกสมรสกับพระนางยโสธราพิมพา




ทอดพระเนตเห็นเทวทูตทั้งสี่ คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และนักบวช


-ไม่มีภาพ-

พระราหุลประสูติ...  (ราหุลํ ชาตํ บ่วงเกิดแล้ว...)




ทรงทอดพระเนตเห็นเหล่านางรำในพระราชวัง ทรงอุทานว่า "ที่นี่ขัดข้องจริงหนอ ที่นี่วุ่นวายจริงหนอ"




ทรงเสด็จหนีออกบรรพชา กลางดึกคืนนั้นเอง  มีพระประสงค์จะเห็นหน้าพระกุมาร แต่พระนางพิมพาทรงกอดไว้ ไม่สามารถเห็นได้ชัดเจน จะเข้าไปใกล้ก็กลัวว่าจะตื่น ทรงดำริว่า

"ให้เราตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าก่อน แล้วเราจะกลับมา"




ทรงเสด็จออกมาพร้อม ฉันนะ คนเลี้ยงม้า และทรงม้า กัณฐกะ ออกจากพระนคร




อธิษฐานพระทัยถือเพศบรรพชิต ทรงอธิษฐานว่า "หากเราจะได้ตรัสรู้ ขอจุฬาโมลีนี้จงลอยอยู่ในอากาศอย่าได้ตกลงมา" มีท้าวสักกะมารับจุฬาโมลีนั้นไว้นำไปประดิษฐาน ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์

มหาพรหมฆฏิการะ ถวายสมณบริขาร

ฉันนะต้องการบวชรับใช้องค์ชายต่อไป แต่ต้องกลับตามพระประสงค์เพื่อแจ้งเรื่องแก่พระเจ้าสุทโธทนะ ม้ากัณฐกะ เสียใจที่จะไม่ได้อยู่รับใช้ สิ้นใจตาย ณ ที่นั้น ได้ไปเกิดเป็น กัณฐกะเทพบุตร ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์




ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา แต่เมื่อทรงได้สดับฟังเสียงพิณที่พระอิทร์บรรเลงนั้น พร้อมข้อความว่า"สายพิณทั้งสามสายนั้น ขึงตึงไปอาจจะขาด หย่อนเกินไปเสียงก็ไม่ไพเราะ  เสียงพิณที่ไพเราะนั้น ย่อมเกิดจากสายพิณที่ไม่ขึ้งตึงเกินไป หรือหย่อนเกินไป"  "ทางสายกลางนี่แหละ เป็นหนทางที่ดีที่สุดที่ควรดำเนิน"

จึงเริ่มเสวยพระกระยาหาร ทำให้ปัญจวัคคีย์ เสื่อมศรัทธาในพระองค์ "มหาบุรุษ ในเมื่อท่านคลายความเพียร เวียนมาเป็นคนมักมากเช่นนี้ พวกข้าพเจ้าก็ไม่สามารถจะอยู่รับใช้ท่านได้อีกต่อไป พวกข้าพเจ้าขอลา"




นางสุชาดา ถวายข้าวมธุปายาส เพราะคิดว่าพระองค์เป็นเทวดา พระองค์ตรัสว่า "อาตมาไม่ใช่เทวดาเป็นเพียงนักบวชที่แสวงหาโมกขธรรม" นางสุชาดามิได้ขัดข้องแต่อย่างใด ยังคงตั้งใจจะถวายข้าวมธุปายาสนั้น

และอวยพรแด่พระองค์ว่า "ความปราถนาของข้าพเจ้าสำเร็จฉันใด ความประสงค์ในใจของท่านจงสำเร็จฉันนั้นเถิด"




ลอยถาดทองคำ...  เมื่อทรงเสวยข้าวมธุปายาสจนหมดแล้ว ทรงอธิษฐานว่า "หากเราจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในวันนี้ ขอถาดทองคำใบนี้จงลอยทวนกระแสน้ำเถิด ถ้าไม่ได้เป็นจงลอยไปตามกระแสน้ำเถิด"


ถาดทองคำได้ลอยทวนกระแสน้ำไปไกลถึง 80 ศอก แล้วหมุนวนลงสู่ก้นแม่น้ำ กระทบกับถาดอีก 3ใบ ที่เรียงซ้อนกันก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นถาดของพระพุทธเจ้าในอดีตสามพระองค์ คือพระกกุสันโธ พระโกนาคมนะ และพระกัสสปะ ซึ่งทั้งสามพระองค์นำถาดมาลอยบริเวณนี้ด้วย เสียงกระทบกันของถาดทองคำ ทำให้พญานาคกาฬผู้ครองภพพญานาคที่หลับใหลอยู่ตื่นขึ้น ลืมตามามองเห็นถาดอีกหนึ่งใบ เกิดความปิติ อุทานว่า

"พระพุทธเจ้าอีกพระองค์อุบัติขึ้นแล้วหรือ" แล้วกล่าวบทสรรเสริญต่างๆนานา




ผจญมาร ผญามารได้ทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้พระองค์สำเร็จมรรคผล ส่งสมุนมารทั้งหลายมาขัดขวาง และถามพระองค์ว่า ท่านมีสิ่งใดที่คู่ควรที่จะนั่งบนบัลลังก์นั้น จงลุกขึ้นจากบัลลังก์ของเราเดี๋ยวนี้

"บัลลังก์นี้เกิดด้วยบุญของเราที่ได้บำเพ็ญมาอสงไขยกัปนับประมาณมิได้" พระองค์ตรัสตอบพญามาร

"ใครกันล่ะที่เป็นสักชีพยานในการบำเพ็ญบุญของท่านที่ผ่านมา  นั่งอยู่ผู้เดียว ไม่มีพลโยธา ไม่มีแม้ศาสตราวุธ "

"ดูก่อนพญามาร เรานั้นมีบารมีเป็นพลโยธา มีปัญญาเป็นอาวุธ และมีพื้นปฐพีนี่แหละเป็นพยาน" พระองค์ใช้พระดัชนี ชี้ลงที่ผืนดิน

ทันใดนั้น พระแม่ธรณีปรากฎขึ้น กล่าวว่า "ข้าแต่พระโพธิสัตว์ หม่อมฉันรู้เห็นเป็นพยานแห่งบุญญาธิสมภารที่พระองค์ได้สั่งสมมา"

"พระองค์หลั่งทักษิโณทก(กรวดน้ำ) ลงคราใดหม่อมฉันก็จักเอาเกศาประคองรับไว้ จนบัดนี้มวยผมของหม่อมฉันก็ยังชุ่มอยู่ หม่อมฉันจะปลดออกให้ประจักษแก่สายตา ณ บัดนี้"

พระแม่ธรณีบีบมวยผม และมีน้ำมากมายมหาศาลออกมาท่วมเหล่ามารทั้งหลาย พ่ายแพ้ไปในที่สุด




ตรัสรู้พระโพธิญาณ




ธิดาพญามาร นางตัณหา นางอรดี นางราคะ เข้ามายั่วยวน ทดสอบพระพุทธองค์ แต่ไม่สำเร็จ พระองค์ตัดแล้วซึ่งราคะ โทสะ ตัณหาต่างๆ นางทั้งสามโกรธมาก





หลังจากที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสรู้ พระองค์ท่านได้แปรที่ประทับเพื่อเสวยวิมุติสุขยังสถานที่ต่าง ๆ ในอาณาบริเวณที่ไม่ห่างจากต้นพระศรีมหาโพธิ์นักโดยประทับแต่ละที่สัปดาห์ละ 7 วัน และในสัปดาห์ที่สาม ในขณะที่พระพุทธองค์ทรงประทับ ณ ใต้ต้นมุจลินท์ (ต้นจิก) ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาประทับอยู่ที่นี่ ได้บังเกิดมีฝนและลมหนาวตกพรำตลอดเจ็ดวันไม่ขาดสาย ผู้รจนาปฐมสมโพธิได้แต่งเล่าเรื่องไว้ว่า พญานาคชื่อ "มุจลินท์" ได้ขึ้นจากสระน้ำที่อยู่ในบริเวณแห่งเดียวกันนี้ เข้าไปวงขนด 7 รอบ แล้วแผ่พังพานปกพระพุทธเจ้า เพื่อป้องกันลมฝนมิให้พัดและสาดกระเซ็นมาต้องพระวรกาย ครั้นฝนหาย ฟ้าสาง พญานาคจึงคลายขนดออก แล้วจำแลงเป็นเพศมาณพยืนเฝ้าพระพุทธเจ้าทางเบื้องพระพักตร์ ลำดับนั้นพระพุทธองค์จึงทรงเปล่งอุทานว่า

"ความสงัดคือความสุขของบุคคลผู้มีธรรมอันได้สดับแล้วได้รู้เห็นสังขารทั้งปวงตามเป็นจริงอย่างไร"
"ความสำรวมไม่เบียดเบียนในสัตว์ทั้งหลาย และ ความเป็นผู้ปราศจากกำหนัดหรือสามารถก้าวล่วงพ้นซึ่งกามทั้งปวงเสียได้"
"เป็นสุขอันประเสริฐในโลก ความขาดจากอัสมิมานะหรือการถือตัวตนหากกระทำให้ (การถือตัว) หมดสิ้นไปได้นั้นเป็นความสุขอย่างยิ่ง"

- - ที่มา วิกิพิเดีย





เมื่อทรงตรัสรู้แล้ว ทรงเดินทางไปโปรด ปัญจวิคคีย์ เป็นกลุ่มแรก ทรงตรัสเรื่องมรรคแปดประการ และอริยสัจสี่ 1ในปัจจวัคคีย์เมื่อได้ฟังก็เกิดดวงตาเห็นธรรม

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า "อญฺญาสิ วต โภ โกณฺฑญฺโญ" โกญฑัญญะรู้แล้ว



ทรงตรัสถึงบัวสี่เหล่า



ทรงบิณบาตร ออกโปรดพุทธบริษัท




เสด็จกลับกรุงกบิลพัสดุ์ โปรดพุทธบิดา โปรดพระนางพิมพา



พบพระราหุล



บรรพชาให้แก่พระราหุล




บรรพชาให้พระนันทะ พระพุทธอนุชา ร่วมพระราชบิดา โอรสแห่ง พระนางมหาปชาบดีโคตมี พระน้านาง ตั้งแต่วันแรกที่พระนันทะอภิเษก พระนันทะจึงยังตัดกิเลสไม่ได้

พระพุทธองค์จึงทรงพาพระนันทะไปดูสวรรค์ ก่อนไป ให้พระนันทะได้เห็นนางลิงแก่ก่อน แล้วจึงพาพระนันทะไปดูนางฟ้าบนสวรรค์ เสร้จแล้วจึงตรัสถามว่า

"นันทะ เธอมีความคิดเห็นอย่างไร ระหว่างนางเทพอัปสร เหล่านี้ กับนางชนปทกัลยาณี เจ้าสาวของเธอ ?"

"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เห็นว่า นางชนปทกัลยาณีนั้นเปรี่ยบเสมือนนางลิงแก่ที่นั่งบนตอไม้ จะนำมาเปรียบเทียบกับนางเทพอัปสรเหล่านี้มิได้เลย พระเจ้าข้า"

อ่านรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่นี่  คลิก




เสด็จโปรดเทพพรหมและเทวดา พร้อมทั้งพระมารดา




เสด็จกลับจากโปรดพระมารดาในภพดาวดึงส์ ในวันมหาปวารณา



ในวันมหาปวารณานั้นเอง ทั้งมนุษย์โลก เทวโลก และนรก ต่างก็ได้ชมพระบารมีของพระพุทธองค์พร้อมๆกัน




อนาถบิณฑิกเศรษฐี ผู้เป็น เอตทัคคะในฝ่ายผู้เป็นทายก ในคราวใกล้จะสิ้นลม

อ่านประวัติ อนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้ที่นี่ คลิก




ทรงแสดงพระโอวาทปาฏิโมกข์ ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน3 ณ ป่าไผ่ ใน วัดเวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ เกิดเหตุการสำคัญ 4อย่างเรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต เป็นวัน มาฆบูชา

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ วิกิพิเดีย หรือ  ที่นี่  และ ที่นี่




นายจุนทะถวายสูกรมัททวะ  พระพุทธองค์ตรัสกับจุนทะว่า "จุนทะ เราขอให้ท่านำสูกรมัททวะที่เหลือฝังในหลุม เพราะไม่มีใครในโลกนี้จะพึงย่อยได้ดีนอกจากตถาคต"

ตรัสจบไม่นาน ก็เกิดอาพาธอย่างหนัก ประชวรด้วยโรคโลหิตปักขันทิกะ(ถ่ายเป็นเลือด)  พระพุทธองค์ตรัสผ่านพระอานนท์ความว่า

"จุนทะ พระพุทธองค์ทรงกล่าวสรรเสริญว่า บิณฑบาตรสองคราว มีอานิสงส์มากเสมอกันคือ เมื่อพระพุทธองค์ทรงบริโภคแล้วตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญา๊ณ และครั้งสุดท้ายแล้วปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพาน"




ปัจฉิมโอวาท

"ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแห่งเราแล้ว เราขอเตือนเธอว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมและสิ้นไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังประโยชน์ตน และผู้อื่น ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด"


Cradit By : Babybinge (thaiseo)

 4 
 เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2010, 03:17:51 pm 
เริ่มโดย Dr.Mammoth - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Mammoth


ถ้าเคยชมการ์ตูนเรื่องพระพุทธเจ้า ที่คนไทยสร้าง ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ นั้น เสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ที่ชั้นดุสิต ก่อนจุติลงมาบนโลกมนุษย์




พระนางสิริมหามายาทรงสุบินนิมิตว่า มีช้างเผือกตัวหนึ่งได้นำเอาดอกบัว มาจากภูเขาเงินภูเขาทองมาถวายแก่พระนาง




เจ้าชายสิทธัตถะทรงประสูติ ณ ป่าลุมพินีวัน




อสิตะดาบสทำนายพระลักษณะ ว่าพระกุมารจะได้บรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ยิ่งใหญ่แน่นอน  และร่ำไห้ เพราะว่าเสียดายที่ตนจะอยู่ไม่ถึงวันนั้น




พราหมณ์ทั้งแปด ทำนายพระกุมาร มีเพียงพราหมณ์โกณฑัญญะเท่านั้นที่ทำนายว่าจะต้องทรงออกผนวชและเป็นมหาศาสดาเอกของโลกอย่างแน่นอน




เมื่อ พระโอรสมีพระชนมายุ 8 พระชันษา ได้เสด็จตามพระบิดาไปในพิธีแรกนา ขวัญ ในพิธีเกิดพบทรัพย์สมบัติในดิน

พระพี่เลี้ยงแอบไปดูกันหมด เหลือแต่พระโอรส ซึ่งไม่สนใจความวุ่นวายนั้นเลย และได้นั่งสมาธิ และบรรลุฌาณเบื้องต้น เงาไม้ไม่ขยับออกจากพระองค์ เป็นที่อัศจรรย์ของพระ บิดาและข้าราชบริพาร




เลือกคู่อภิเษก  ทรงเลือกเจ้าหญิงยโสธราพิมพา




ประลองศิลปะวิทยา แข่งขันยิงธนู  ตามธรรมเนียมของโกลิยวงศ์ คู่อภิเษกของเจ้าหญิงจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถเท่านั้น




อภิเษกสมรสกับพระนางยโสธราพิมพา




ทอดพระเนตเห็นเทวทูตทั้งสี่ คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และนักบวช


-ไม่มีภาพ-

พระราหุลประสูติ...  (ราหุลํ ชาตํ บ่วงเกิดแล้ว...)




ทรงทอดพระเนตเห็นเหล่านางรำในพระราชวัง ทรงอุทานว่า "ที่นี่ขัดข้องจริงหนอ ที่นี่วุ่นวายจริงหนอ"




ทรงเสด็จหนีออกบรรพชา กลางดึกคืนนั้นเอง  มีพระประสงค์จะเห็นหน้าพระกุมาร แต่พระนางพิมพาทรงกอดไว้ ไม่สามารถเห็นได้ชัดเจน จะเข้าไปใกล้ก็กลัวว่าจะตื่น ทรงดำริว่า

"ให้เราตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าก่อน แล้วเราจะกลับมา"




ทรงเสด็จออกมาพร้อม ฉันนะ คนเลี้ยงม้า และทรงม้า กัณฐกะ ออกจากพระนคร




อธิษฐานพระทัยถือเพศบรรพชิต ทรงอธิษฐานว่า "หากเราจะได้ตรัสรู้ ขอจุฬาโมลีนี้จงลอยอยู่ในอากาศอย่าได้ตกลงมา" มีท้าวสักกะมารับจุฬาโมลีนั้นไว้นำไปประดิษฐาน ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์

มหาพรหมฆฏิการะ ถวายสมณบริขาร

ฉันนะต้องการบวชรับใช้องค์ชายต่อไป แต่ต้องกลับตามพระประสงค์เพื่อแจ้งเรื่องแก่พระเจ้าสุทโธทนะ ม้ากัณฐกะ เสียใจที่จะไม่ได้อยู่รับใช้ สิ้นใจตาย ณ ที่นั้น ได้ไปเกิดเป็น กัณฐกะเทพบุตร ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์




ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา แต่เมื่อทรงได้สดับฟังเสียงพิณที่พระอิทร์บรรเลงนั้น พร้อมข้อความว่า"สายพิณทั้งสามสายนั้น ขึงตึงไปอาจจะขาด หย่อนเกินไปเสียงก็ไม่ไพเราะ  เสียงพิณที่ไพเราะนั้น ย่อมเกิดจากสายพิณที่ไม่ขึ้งตึงเกินไป หรือหย่อนเกินไป"  "ทางสายกลางนี่แหละ เป็นหนทางที่ดีที่สุดที่ควรดำเนิน"

จึงเริ่มเสวยพระกระยาหาร ทำให้ปัญจวัคคีย์ เสื่อมศรัทธาในพระองค์ "มหาบุรุษ ในเมื่อท่านคลายความเพียร เวียนมาเป็นคนมักมากเช่นนี้ พวกข้าพเจ้าก็ไม่สามารถจะอยู่รับใช้ท่านได้อีกต่อไป พวกข้าพเจ้าขอลา"




นางสุชาดา ถวายข้าวมธุปายาส เพราะคิดว่าพระองค์เป็นเทวดา พระองค์ตรัสว่า "อาตมาไม่ใช่เทวดาเป็นเพียงนักบวชที่แสวงหาโมกขธรรม" นางสุชาดามิได้ขัดข้องแต่อย่างใด ยังคงตั้งใจจะถวายข้าวมธุปายาสนั้น

และอวยพรแด่พระองค์ว่า "ความปราถนาของข้าพเจ้าสำเร็จฉันใด ความประสงค์ในใจของท่านจงสำเร็จฉันนั้นเถิด"




ลอยถาดทองคำ...  เมื่อทรงเสวยข้าวมธุปายาสจนหมดแล้ว ทรงอธิษฐานว่า "หากเราจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในวันนี้ ขอถาดทองคำใบนี้จงลอยทวนกระแสน้ำเถิด ถ้าไม่ได้เป็นจงลอยไปตามกระแสน้ำเถิด"


ถาดทองคำได้ลอยทวนกระแสน้ำไปไกลถึง 80 ศอก แล้วหมุนวนลงสู่ก้นแม่น้ำ กระทบกับถาดอีก 3ใบ ที่เรียงซ้อนกันก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นถาดของพระพุทธเจ้าในอดีตสามพระองค์ คือพระกกุสันโธ พระโกนาคมนะ และพระกัสสปะ ซึ่งทั้งสามพระองค์นำถาดมาลอยบริเวณนี้ด้วย เสียงกระทบกันของถาดทองคำ ทำให้พญานาคกาฬผู้ครองภพพญานาคที่หลับใหลอยู่ตื่นขึ้น ลืมตามามองเห็นถาดอีกหนึ่งใบ เกิดความปิติ อุทานว่า

"พระพุทธเจ้าอีกพระองค์อุบัติขึ้นแล้วหรือ" แล้วกล่าวบทสรรเสริญต่างๆนานา




ผจญมาร ผญามารได้ทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้พระองค์สำเร็จมรรคผล ส่งสมุนมารทั้งหลายมาขัดขวาง และถามพระองค์ว่า ท่านมีสิ่งใดที่คู่ควรที่จะนั่งบนบัลลังก์นั้น จงลุกขึ้นจากบัลลังก์ของเราเดี๋ยวนี้

"บัลลังก์นี้เกิดด้วยบุญของเราที่ได้บำเพ็ญมาอสงไขยกัปนับประมาณมิได้" พระองค์ตรัสตอบพญามาร

"ใครกันล่ะที่เป็นสักชีพยานในการบำเพ็ญบุญของท่านที่ผ่านมา  นั่งอยู่ผู้เดียว ไม่มีพลโยธา ไม่มีแม้ศาสตราวุธ "

"ดูก่อนพญามาร เรานั้นมีบารมีเป็นพลโยธา มีปัญญาเป็นอาวุธ และมีพื้นปฐพีนี่แหละเป็นพยาน" พระองค์ใช้พระดัชนี ชี้ลงที่ผืนดิน

ทันใดนั้น พระแม่ธรณีปรากฎขึ้น กล่าวว่า "ข้าแต่พระโพธิสัตว์ หม่อมฉันรู้เห็นเป็นพยานแห่งบุญญาธิสมภารที่พระองค์ได้สั่งสมมา"

"พระองค์หลั่งทักษิโณทก(กรวดน้ำ) ลงคราใดหม่อมฉันก็จักเอาเกศาประคองรับไว้ จนบัดนี้มวยผมของหม่อมฉันก็ยังชุ่มอยู่ หม่อมฉันจะปลดออกให้ประจักษแก่สายตา ณ บัดนี้"

พระแม่ธรณีบีบมวยผม และมีน้ำมากมายมหาศาลออกมาท่วมเหล่ามารทั้งหลาย พ่ายแพ้ไปในที่สุด




ตรัสรู้พระโพธิญาณ




ธิดาพญามาร นางตัณหา นางอรดี นางราคะ เข้ามายั่วยวน ทดสอบพระพุทธองค์ แต่ไม่สำเร็จ พระองค์ตัดแล้วซึ่งราคะ โทสะ ตัณหาต่างๆ นางทั้งสามโกรธมาก





หลังจากที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสรู้ พระองค์ท่านได้แปรที่ประทับเพื่อเสวยวิมุติสุขยังสถานที่ต่าง ๆ ในอาณาบริเวณที่ไม่ห่างจากต้นพระศรีมหาโพธิ์นักโดยประทับแต่ละที่สัปดาห์ละ 7 วัน และในสัปดาห์ที่สาม ในขณะที่พระพุทธองค์ทรงประทับ ณ ใต้ต้นมุจลินท์ (ต้นจิก) ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาประทับอยู่ที่นี่ ได้บังเกิดมีฝนและลมหนาวตกพรำตลอดเจ็ดวันไม่ขาดสาย ผู้รจนาปฐมสมโพธิได้แต่งเล่าเรื่องไว้ว่า พญานาคชื่อ "มุจลินท์" ได้ขึ้นจากสระน้ำที่อยู่ในบริเวณแห่งเดียวกันนี้ เข้าไปวงขนด 7 รอบ แล้วแผ่พังพานปกพระพุทธเจ้า เพื่อป้องกันลมฝนมิให้พัดและสาดกระเซ็นมาต้องพระวรกาย ครั้นฝนหาย ฟ้าสาง พญานาคจึงคลายขนดออก แล้วจำแลงเป็นเพศมาณพยืนเฝ้าพระพุทธเจ้าทางเบื้องพระพักตร์ ลำดับนั้นพระพุทธองค์จึงทรงเปล่งอุทานว่า

"ความสงัดคือความสุขของบุคคลผู้มีธรรมอันได้สดับแล้วได้รู้เห็นสังขารทั้งปวงตามเป็นจริงอย่างไร"
"ความสำรวมไม่เบียดเบียนในสัตว์ทั้งหลาย และ ความเป็นผู้ปราศจากกำหนัดหรือสามารถก้าวล่วงพ้นซึ่งกามทั้งปวงเสียได้"
"เป็นสุขอันประเสริฐในโลก ความขาดจากอัสมิมานะหรือการถือตัวตนหากกระทำให้ (การถือตัว) หมดสิ้นไปได้นั้นเป็นความสุขอย่างยิ่ง"

- - ที่มา วิกิพิเดีย





เมื่อทรงตรัสรู้แล้ว ทรงเดินทางไปโปรด ปัญจวิคคีย์ เป็นกลุ่มแรก ทรงตรัสเรื่องมรรคแปดประการ และอริยสัจสี่ 1ในปัจจวัคคีย์เมื่อได้ฟังก็เกิดดวงตาเห็นธรรม

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า "อญฺญาสิ วต โภ โกณฺฑญฺโญ" โกญฑัญญะรู้แล้ว



ทรงตรัสถึงบัวสี่เหล่า



ทรงบิณบาตร ออกโปรดพุทธบริษัท




เสด็จกลับกรุงกบิลพัสดุ์ โปรดพุทธบิดา โปรดพระนางพิมพา



พบพระราหุล



บรรพชาให้แก่พระราหุล




บรรพชาให้พระนันทะ พระพุทธอนุชา ร่วมพระราชบิดา โอรสแห่ง พระนางมหาปชาบดีโคตมี พระน้านาง ตั้งแต่วันแรกที่พระนันทะอภิเษก พระนันทะจึงยังตัดกิเลสไม่ได้

พระพุทธองค์จึงทรงพาพระนันทะไปดูสวรรค์ ก่อนไป ให้พระนันทะได้เห็นนางลิงแก่ก่อน แล้วจึงพาพระนันทะไปดูนางฟ้าบนสวรรค์ เสร้จแล้วจึงตรัสถามว่า

"นันทะ เธอมีความคิดเห็นอย่างไร ระหว่างนางเทพอัปสร เหล่านี้ กับนางชนปทกัลยาณี เจ้าสาวของเธอ ?"

"ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เห็นว่า นางชนปทกัลยาณีนั้นเปรี่ยบเสมือนนางลิงแก่ที่นั่งบนตอไม้ จะนำมาเปรียบเทียบกับนางเทพอัปสรเหล่านี้มิได้เลย พระเจ้าข้า"

อ่านรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่นี่  คลิก




เสด็จโปรดเทพพรหมและเทวดา พร้อมทั้งพระมารดา




เสด็จกลับจากโปรดพระมารดาในภพดาวดึงส์ ในวันมหาปวารณา



ในวันมหาปวารณานั้นเอง ทั้งมนุษย์โลก เทวโลก และนรก ต่างก็ได้ชมพระบารมีของพระพุทธองค์พร้อมๆกัน




อนาถบิณฑิกเศรษฐี ผู้เป็น เอตทัคคะในฝ่ายผู้เป็นทายก ในคราวใกล้จะสิ้นลม

อ่านประวัติ อนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้ที่นี่ คลิก




ทรงแสดงพระโอวาทปาฏิโมกข์ ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน3 ณ ป่าไผ่ ใน วัดเวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ เกิดเหตุการสำคัญ 4อย่างเรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต เป็นวัน มาฆบูชา

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ วิกิพิเดีย หรือ  ที่นี่  และ ที่นี่




นายจุนทะถวายสูกรมัททวะ  พระพุทธองค์ตรัสกับจุนทะว่า "จุนทะ เราขอให้ท่านำสูกรมัททวะที่เหลือฝังในหลุม เพราะไม่มีใครในโลกนี้จะพึงย่อยได้ดีนอกจากตถาคต"

ตรัสจบไม่นาน ก็เกิดอาพาธอย่างหนัก ประชวรด้วยโรคโลหิตปักขันทิกะ(ถ่ายเป็นเลือด)  พระพุทธองค์ตรัสผ่านพระอานนท์ความว่า

"จุนทะ พระพุทธองค์ทรงกล่าวสรรเสริญว่า บิณฑบาตรสองคราว มีอานิสงส์มากเสมอกันคือ เมื่อพระพุทธองค์ทรงบริโภคแล้วตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญา๊ณ และครั้งสุดท้ายแล้วปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพาน"




ปัจฉิมโอวาท

"ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแห่งเราแล้ว เราขอเตือนเธอว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมและสิ้นไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังประโยชน์ตน และผู้อื่น ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด"


Cradit By : Babybinge (thaiseo)

 5 
 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2010, 04:54:57 pm 
เริ่มโดย Dr.Mammoth - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Mammoth
โปรแกรมโพสท์เว็บบอร์ด + คู่มือการใช้งาน

AI roboform v6.9.7
ForceForum V6

Download >>>
OR ลิงค์สำรอง
Download >>>


 6 
 เมื่อ: มกราคม 22, 2010, 03:22:47 pm 
เริ่มโดย Dr.Mammoth - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Mammoth





Malwarebytes Anti-Malware Ver. 1.44

 7 
 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2009, 01:06:58 pm 
เริ่มโดย Dr.Mammoth - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Mammoth
CPE17 Anti Autorun ป้องกันไวรัสจากแฟรชไดร์ฟ




Download : CPE17 Anti Autorun1410 v.1.8.1 build

Website : CPE17.com

 8 
 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2009, 02:38:56 pm 
เริ่มโดย Dr.Mammoth - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Mammoth
IOBit Security 360 v1.01 PRO  เป็นโปรแกรมสแกน Spyware, adware ,Trojans, Keyloggers, Bots, Worms และไวรัสชนิดอื่นๆ




Download : IObit Security 360 v1.01 PRO + Serials

 9 
 เมื่อ: กันยายน 20, 2009, 06:53:50 pm 
เริ่มโดย Dr.Mammoth - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Mammoth
Playground + Transport + Crysigns Icons Pack
 


โค๊ด:

http://rapidshare.com/files/208302302/Cemtransport_Signs___Playground.rar
http://www.megaupload.com/?d=DMYK3Y13

Galactica Travel And Assorted :




โค๊ด:

http://rapidshare.com/files/208302882/Galactica__Travel___Assorted.rar
http://www.megaupload.com/?d=PPJJ4G9K
Hydropro


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/208303804/HydroPRO_Icon_Pack.zip
http://www.megaupload.com/?d=P9OS3VYZ
Retro Pack:


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/208304439/Retro_Icon_Pack.rar
http://www.megaupload.com/?d=OBJDCQAB
VistaICO:


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/208304937/VistaICO-File-Icons__Assorted.zip
http://www.megaupload.com/?d=P1BXY11H
Baggy, Cem Car, Cem Icon, Xmas


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/209072078/Baggy__Cem_Car__Cem_Icon__Xmas___.rar
Container Icon Pack


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/209073144/Container_Icon_Pack.rar
Delli Pack 2 & Old School



โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/209073929/Delli_Pack2___Old_School.rar
Misto Ico Pack


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/209075149/Misto_Icon_Pack.rar
Peppers And Web Browsers


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/209075908/Peppers_And_Web_Browsers.rar
Phuzion


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/209077355/Phuzion_Icon_Pack.rar
Pixy Dust Icons


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/209079327/Pixy_Dust_Icon_Pack.rar
Soft Icons


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/209079973/Soft_Icons_And_Christmas.rar
Yuuminco


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/209071418/Yuuminco_Icon_Pack.rar
[size=24]Aeon Pack[/size][/b]


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/219943836/Aeon_Icon_Pack.zip
Affel Pack


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/219943068/Affel_Icon_Pack.zip
iVista Pack


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/219944510/iVista_Icon_Pack_2.zip
Niome Icon Pack


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/219944436/Niome_Icon_Pack.zip
Old School 2


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/219945779/Old_School_Icons.zip
Pure Icons Pack


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/219944598/Pure_Icon_Pack.zip
Radium Neue Extras Pack


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/219944746/Radium_Neue_Extras.zip
Sky Folder 2


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/219944853/Sky_Folder_Icons.zip
Vista ICO Toolbar


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/219946833/VistaICO_Toolbar_Icons.zip


Airco


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/257453739/Airco.rar

Aquarium Icons


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/257454655/Aquarium_Icons.rar

Friendly Fire Pack


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/257452055/Friendly_Fire_Pack.rar

iPhone Icon Pack
*These are not meant to be used in the iPhone, it's just the name.


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/257452182/iPhone_Icon_Pack.rar

Open Phone
*These too are not meant to be used in the iphone they look like it's icons, though.


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/257452294/Open_Phone.rar

Poissone Icons


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/257457302/Poissone_Pack.rar

PSP Icons Pack


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/257452518/PSP_Icons_PAck.rar

The City Icons


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/257453123/The_City_Icon.rar

Vis - Alarm Icons


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/257453273/Vis-Alarm_Icons.rar

Vis - Orbs


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/257453464/Vis-Orbs.rar

Vis - Style


โค๊ด:
http://rapidshare.com/files/257453567/Vis-Style_Icons.rar




 10 
 เมื่อ: กันยายน 18, 2009, 11:34:39 pm 
เริ่มโดย Dr.Mammoth - กระทู้ล่าสุด โดย sutirat
thank you very very much จุมพิต

หน้า: [1] 2 3 ... 10